top of page
Search

กรีนแลนด์ เค้กก้อนใหญ่ ที่มหาอำนาจจับตามอง

  • Writer: lala in russia
    lala in russia
  • Jan 22
  • 1 min read

ลาลา ลลิตา รวดเร็ว ผู้วิเคราะห์บทความ

กรีนแลนด์
กรีนแลนด์


วันนี้นิวจะมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น บนหลักฐานและข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นรัสเซียเกี่ยวข้องกับกรีนแลนด์อย่างไร ขออนุญาตเกริ่นก่อนว่า กรีนแลนด์คือจุดยุทธศาสตร์ต่อความมั่นคง
ของรัสเซีย และรัสเซียมองกรีนแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของ “สมดุลอำนาจในอาร์กติก” เนื่องจาก เส้นทาง
ที่สั้นที่สุดของขีปนาวุธนิวเคลียร์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ พาดผ่านบริเวณอาร์กติกและใกล้กรีนแลนด์ และฐานทัพของสหรัฐฯ ในกรีนแลนด์ (Pituffik Space Base)  มีระบบเตือนภัยล่วงหน้า 
(early warning radar) ซึ่งสามารถตรวจจับการยิงขีปนาวุธจากรัสเซียได้

จากมุมมองของรัสเซีย กรีนแลนด์จึงเป็น “ด่านหน้า” ของระบบป้องกันสหรัฐฯ รัสเซียไม่ต้องการให้สหรัฐฯ ขยายอำนาจในอาร์กติกมากขึ้น แม้กรีนแลนด์จะอยู่ภายใต้เดนมาร์ก (สมาชิก NATO) อยู่แล้ว
แต่หากสหรัฐฯ มีอิทธิพลทางการเมืองโดยตรง หรือเพิ่มบทบาททางทหารในกรีนแลนด์ รัสเซียจะมองว่านี่คือ การรุกคืบเชิงยุทธศาสตร์ของ NATO เข้ามาใกล้พรมแดนรัสเซียมากขึ้น

ในมหาสมุทรอาร์กติกคือ “พื้นที่ยุทธศาสตร์หลัก” ของรัสเซีย รัสเซียมีชายฝั่งอาร์กติกยาวที่สุดในโลก และลงทุนอย่างหนักในภูมิภาคนี้ เช่น การสร้างฐานทัพใหม่ การติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศ และการพัฒนาเส้นทางเดินเรือ (Northern Sea Route) ดังนั้น รัสเซียไม่ต้องการให้สหรัฐฯ ใช้กรีนแลนด์เป็นจุดคานอำนาจเหนืออาร์กติก

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือรัสเซียจับตาการเคลื่อนไหวของจีนในกรีนแลนด์เช่นกัน แม้รัสเซียกับจีนจะมีความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ แต่ในอาร์กติก รัสเซียยังคงระมัดระวังจีน เพราะ รัสเซียต้องการเป็น “ผู้เล่นหลัก” ในภูมิภาคนี้ และไม่ต้องการให้จีนมีบทบาทเกินกว่าพันธมิตรทางเศรษฐกิจ ดังนั้น รัสเซียจึงเฝ้าดูทั้ง การขยายอิทธิพลของสหรัฐฯ และการลงทุนของจีนในกรีนแลนด์ อย่างใกล้ชิด

ประเทศรัสเซียใช้แนวทาง “เงียบ แต่พร้อมตอบโต้” ต่างจากสหรัฐฯ ที่แสดงท่าทีชัดเจน
รัสเซียมักใช้วิธีเพิ่มกำลังทหารในอาร์กติกของตนเอง ซ้อมรบ และเสริมระบบเรดาร์และขีปนาวุธ เพื่อรักษาสมดุลอำนาจ มากกว่าการออกมาแสดงความเห็นตรง ๆ เรื่องกรีนแลนด์


ส่วนความสนใจของโดนัลด์ ทรัมป์ต่อกรีนแลนด์ เหตุผลของสหรัฐฯ ต่อกรีนแลนด์

หลายคนตั้งคำถามว่าเหตุใดอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จึงแสดงความสนใจอย่างมากต่อการได้มาซึ่งกรีนแลนด์ โดยเขาให้เหตุผลว่าเกี่ยวข้องกับเสถียรภาพและความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม ความน่าเชื่อถือและแรงจูงใจที่แท้จริงของเหตุผลดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในระดับนานาชาติ

1. ทรัพยากรของกรีนแลนด์
ทรัมป์แสดงความสนใจในกรีนแลนด์อย่างชัดเจน ไม่เพียงเพราะทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ แต่ยังรวมถึงคุณค่าทางยุทธศาสตร์ ในปี 2019 เขาสร้างความประหลาดใจให้กับทั่วโลกด้วยการเสนอแนวคิดว่าสหรัฐฯ ควร “ซื้อ” กรีนแลนด์จากเดนมาร์ก แนวคิดนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และในช่วงหลังยังมีรายงานว่าเขาและผู้สนับสนุนบางส่วนผลักดันวาทกรรมทางการเมืองที่เน้นบทบาทของกรีนแลนด์ต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ แม้จะไม่เคยเกิดเป็นกฎหมายที่เป็นรูปธรรมก็ตาม

2. บริบททางประวัติศาสตร์
ก่อนปี 1953 เดนมาร์กถือว่ากรีนแลนด์เป็นอาณานิคม โดยไม่ได้ให้ประชาชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมือง ส่งผลให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ชาวกรีนแลนด์ ต่อมา กรีนแลนด์ได้พัฒนาการปกครองตนเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป และในปี 2009 ได้มีข้อตกลงจัดตั้งระบบปกครองตนเอง (Self-Government) ซึ่งเปิดทางให้กรีนแลนด์บริหารกิจการภายในประเทศเอง ขณะที่เดนมาร์กยังคงดูแลด้านนโยบายต่างประเทศ การทหาร และให้เงินอุดหนุนประจำปี

3. ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และเดนมาร์ก
การที่สหรัฐฯ แสดงความสนใจต่อกรีนแลนด์ย่อมเกี่ยวข้องกับเดนมาร์กในฐานะผู้ดูแลด้านการต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ทั้งรัฐบาลเดนมาร์กและรัฐบาลกรีนแลนด์ต่างคัดค้านแนวคิดการโอนอธิปไตย ขณะเดียวกัน ผลสำรวจความคิดเห็นยังชี้ว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่สหรัฐฯ จะครอบครองกรีนแลนด์

4. ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
ความสนใจของทรัมป์ต่อกรีนแลนด์มักถูกเชื่อมโยงกับการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนและรัสเซีย โดยเฉพาะในบริบทของอาร์กติก ซึ่งกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในศตวรรษที่ 21

5. ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของอาร์กติก
กิจกรรมของจีนและรัสเซียในเขตอาร์กติกที่เพิ่มขึ้นสร้างความกังวลให้กับสหรัฐฯ เนื่องจากเส้นทางที่สั้นที่สุดของขีปนาวุธระหว่างยูเรเชียกับทวีปอเมริกาเหนือพาดผ่านบริเวณกรีนแลนด์ นอกจากนี้ แผนที่โลกแบบเมอร์เคเตอร์ (Mercator Projection) มักทำให้กรีนแลนด์ดูใหญ่เกินความเป็นจริง โดยแท้จริงแล้วกรีนแลนด์มีขนาดเล็กกว่าทวีปแอฟริกาอย่างมาก การเข้าใจความคลาดเคลื่อนนี้ช่วยให้เห็นชัดถึงบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของกรีนแลนด์ในภูมิภาคอาร์กติก

6. ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ภาวะโลกร้อนทำให้น้ำแข็งในอาร์กติกละลายมากขึ้น ส่งผลให้เกิดเส้นทางเดินเรือใหม่ เช่น เส้นทางข้ามขั้วโลก (Transpolar Route) รวมถึงเส้นทางตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ ช่องว่างยุทธศาสตร์ GIUK Gap (กรีนแลนด์–ไอซ์แลนด์–สหราชอาณาจักร) ยังคงมีความสำคัญทางทหาร การเข้าถึงพื้นที่เหล่านี้ที่ง่ายขึ้นยิ่งเพิ่มความกังวลด้านความมั่นคง โดยเฉพาะเมื่อรัสเซียและจีนพยายามขยายอิทธิพล

7. บทบาทของจีนในกรีนแลนด์
จีนเคยแสดงความสนใจลงทุนในโครงการก่อสร้างสนามบินหลายแห่งในกรีนแลนด์ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับสหรัฐฯ ว่าอาจนำไปสู่การขยายอิทธิพลของจีนในภูมิภาคนี้ สหรัฐฯ จึงกดดันให้เดนมาร์กเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแทน ส่งผลให้บทบาทของจีนถูกจำกัด แม้จีนจะพยายามสร้างความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวอาร์กติก การวิจัยสภาพภูมิอากาศ และการสื่อสารทางทหารมาอย่างต่อเนื่องก็ตาม

8. ยุทธศาสตร์ทางทหารของสหรัฐฯ
สหรัฐอเมริกามีฐานทัพทหารในกรีนแลนด์คือฐานอวกาศพิทัฟฟิก (Pituffik Space Base) เดิมชื่อฐานทัพอากาศทูเล (Thule Air Base) ซึ่งเปิดใช้งานมาตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1950 เพื่อภารกิจด้านการป้องกันขีปนาวุธและการเฝ้าระวังอวกาศ ภายใต้ความร่วมมือกับ NATO แม้กรีนแลนด์จะมีทรัพยากร เช่น ลิเทียมและแร่หายาก แต่เศรษฐกิจยังพึ่งพาการประมงเป็นหลัก โดยมีจีนเป็นตลาดส่งออกสำคัญ ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลเรื่องอิทธิพลทางเศรษฐกิจ

9. ความท้าทายทางเศรษฐกิจของกรีนแลนด์
กรีนแลนด์มีประชากรเพียงประมาณ 50,000 คน เผชิญต้นทุนสูงจากสภาพอากาศที่รุนแรง ขาดโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี ทำให้การทำเหมืองขนาดใหญ่เป็นเรื่องยาก อีกทั้งรายได้จากทรัพยากรธรรมชาติอาจส่งผลต่อเงินสนับสนุนจากเดนมาร์ก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อแผนการแยกเป็นเอกราชของกรีนแลนด์ ความสนใจจากมหาอำนาจโลกยิ่งทำให้สถานการณ์ซับซ้อนมากขึ้น

10. บทบาทของ NATO
เดนมาร์กและสหรัฐอเมริกาเป็นสมาชิก NATO ซึ่งหมายความว่าการโจมตีประเทศสมาชิกหนึ่งประเทศถือเป็นการโจมตีต่อทุกประเทศสมาชิกตามหลัก Article 5 อย่างไรก็ตาม กรีนแลนด์ไม่ได้เป็นรัฐเอกราช และประเทศอย่างเวเนซุเอลาไม่ได้อยู่ใน NATO จึงไม่อยู่ในกรอบการป้องกันแบบเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ แนวคิดเกี่ยวกับกรีนแลนด์จึงต้องอาศัยการเจรจาทางการทูตและกลไกทางการเมืองระหว่างประเทศ มากกว่าการใช้กำลังทางทหาร

ดังนั้นนิวขอสรุปว่า ในฐานะประเทศสหรัฐอเมริกามองกรีนแลนด์เป็นจุดยุทธศาสตร์ป้องกันภัยและควบคุมอาร์กติก ประเทศจีนมองกรีนแลนด์เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและเส้นทางใหม่ และประเทศรัสเซียมองกรีนแลนด์เป็นภัยคุกคามทางทหารทางอ้อม หากสหรัฐฯ มีอำนาจมากขึ้น

กล่าวโดยสรุป "รัสเซียไม่ได้ต้องการ “ครอบครองกรีนแลนด์” แต่ต้องการป้องกันไม่ให้กรีนแลนด์กลายเป็นเครื่องมือทางทหารของสหรัฐฯ มากกว่าที่เป็นอยู่"

 
 
 

Comments


  • YouTube
  • Instagram
  • Facebook
  • เล่าเรื่องเที่ยวรัสเซีย

OVER 10 YEARSEXPERIENCE

OUR SERVICES

  • รับจัดโปรแกรมเที่ยวรัสเซียแบบกรุ๊ปส่วนตัว

  • รับจัดโปรแกรม Pre wedding, งานเลี้ยงต่างๆ

  • บริการรถส่วนตัวพร้อมคนขับ

  • บริการจองตั๋วรถไฟ

  • ช่างภาพส่วนตัว

  • รับจองร้านอาหาร

  • คอร์สภาษารัสเซีย

  • รับเขียนงานวิจัยต่างๆ ด้านรัสเซีย และ CIS

VISIT US

St.Petersburg, Russia

Marry me in Russia 2
04:10
เที่ยวเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สถานที่ห้ามพลาด ของรัสเซีย
05:35
ดูคลิปให้จบ ก่อนตัดสินใจซื้อโปรแกรมไบคาล !! #ลาลาเที่ยวรัสเซีย #lalaintussia #lเที่ยวรัสเซีย #ไบคาล
36:54
เที่ยวรัสเซีย ตอนทริปไซบีเรีย (Siberian trip)
14:56
ข้อระวังก่อนมาเยือนรัสเซีย (What should you not do in Russia?)
20:10
LGBTQ + ในรัสเซีย = ต้องห้าม
13:02
ล่าแสงเหนือ (มูรมันส์ ประเทศรัสเซีย)
14:28
ภาษารัสเซียยากไหม เรียนจบไปทำอะไร
13:47

CALL US

Tel: +796 7979 4769  | Line: @lalainrussia

       +6693 579 8099

EMAIL US

OPENING HOURS 

Mon - Sat : 10.00 am - 21.00 pm

bottom of page